สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (21 มิถุนายน พ.ศ. 2405 – 1 ธันวาคม พ.ศ. 2486) เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 57 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาชุ่ม เมื่อวันเสาร์ แรม 9 ค่ำ เดือน 7 ปีจอ ตรงกับวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2405 พระองค์ยังทรงเป็นต้นราชสกุลดิศกุล

「พระประวัติ
「ประสูติ

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 57 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาชุ่ม ภายในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2405 พระองค์ได้รับพระราชทานพระนามจากสมเด็จพระบรมชนกนาถเมื่อวันสมโภชเดือน โดยมีรายละเอียดว่า[1]

“สมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าแผ่นดินสยามผู้พระบิดา ขอตั้งนามกุมารบุตรที่เกิดแต่ชุ่มเล็กเป็นมารดานั้น และซึ่งคลอดในวันเสาร์ แรม 9 ค่ำ เดือน 7 ปีจอจัตวาศกนั้น ว่าดังนี้ พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร นาคนาม ขอจงเจริญชนมายุ วรรณ สุข พล ปฏิภาณ สรรพสิริสวัสดิพิพัฒนมงคลทุกประการ สิ้นกาลนานต่อไปเทอญ”

ชาววังโดยทั่วไป เรียกกันว่า “พระองค์ดิศ” โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงนำเอานามของพระอัพภันตริกามาตย์ (ดิศ โรจนดิศ) ซึ่งเป็นบิดาของเจ้าจอมมารดาชุ่มมาตั้งพระราชทาน เนื่องจากทรงพระราชดำริว่าท่านเป็นคนซื่อตรง[2]

「ทรงศึกษา
พระองค์ทรงเริ่มเรียนหนังสือไทยชั้นต้นจากสำนักคุณแสงและคุณปาน ราชนิกุล ในพระบรมมหาราชวัง ทรงศึกษาภาษาอังกฤษในโรงเรียนหลวง ซึ่งมีมิสเตอร์ ฟรานซิส ยอร์ช แพตเตอร์สัน เป็นพระอาจารย์

· พ.ศ. 2418 เมื่อมีพระชนม์ได้ 13 พรรษา ได้ผนวชเป็นสามเณรที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม สมเด็จกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ และประทับจำพรรษาที่วัดบวรนิเวศวิหาร

· พ.ศ. 2420 ทรงสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยทหารบก ได้รับพระราชทานยศเป็นนายร้อยตรีทหารมหาดเล็ก บังคับกองแตรวง พระชนมายุได้ 15 ปี

「สิ้นพระชนม์
เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2486 ที่วังวรดิศ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ สิ้นพระชนม์ รวมพระชนม์มายุได้ 81 พรรษา
ได้ทรงประกอบพระกรณียกิจด้านต่าง ๆ และทรงเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถึงขนาดตรัสชมพว่า ทรงเป็นเสมือน “เพชรประดับพระมหาพิชัยมงกุฎ

「พระราชกรณียกิจ
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงฉายกับ เจ้าจอมมารดาชุ่ม ในรัชกาลที่ 4

· พ.ศ. 2422 ได้รับพระราชทานยศเป็นนายร้อยโท ผู้บังคับการทหารม้า ในกรมทหารมหาดเล็กและในปีเดียวกันนี้ได้รับพระราชทานยศเป็น นายร้อยเอก ราชองค์รักษ์ประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระชนมายุได้ 17 ปี

· พ.ศ. 2423 ได้รับพระราชทานยศเลื่อนเป็นนายพันตรี ผู้สนองพระบรมราชโองการ ว่าการกรมทหารมหาดเล็ก

· พ.ศ. 2424 โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายไปสังกัดกรมทหารปืนใหญ่ ซึ่งเรียกกันในสมัยนั้นว่า “กรมกองแก้วจินดา” ทรงจัดตั้งโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ

· พ.ศ. 2425 ผนวชเป็นพระภิกษุ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ เป็นพระ อุปัชฌาย์ และประทับจำพรรษาที่วัดนิเวศธรรมประวัติ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

· พ.ศ. 2428 โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายไปเป็นผู้บังคับการทหารมหาดเล็ก และได้รับพระราชทานยศเป็นนายพันโท

· พ.ศ. 2429 โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระสุพรรณบัฎ และทรงประกาศแต่งตั้งให้ดำรงพระอิสริยยศ เป็น “กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ”

· พ.ศ. 2430 โปรดเกล้าฯ ให้เป็นผู้บัญชาการทหารบก

· พ.ศ. 2431 ได้รับพระราชทานยศเป็นนายพลตรี

· พ.ศ. 2432 โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายจากงานฝ่ายทหารไปปฏิบัติงานทางพลเรือน ทรงเป็นผู้กำกับ กรมธรรมการ

· พ.ศ. 2433 โปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนขึ้นเป็นอธิบดีกรม ศึกษาธิการ

· พ.ศ. 2435- 58 โปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งเสนาบดี กระทรวงมหาดไทย

· พ.ศ. 2442 โปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนพระอิสริยยศเป็น “กรมหลวงดำรงราชานุภาพ”

· พ.ศ. 2454 โปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนพระอิสริยยศ เป็น “กรมพระดำรงราชานุภาพ”

· พ.ศ. 2458 ดำรงตำแหน่งนายกหอพระสมุดสำหรับ พระนคร

· พ.ศ. 2466 ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมุรธาธร และเป็นนายพลเอก

· พ.ศ. 2468 ดำรงตำแหน่งอภิรัฐมนตรี

· พ.ศ. 2469 ดำรงตำแหน่งนายก ราชบัณฑิตยสภา

· พ.ศ. 2472 โปรดเกล้าฯ ให้เลื่อน พระอิสริยยศเป็น “สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ”

พระอิสริยยศ

· พ.ศ. 2405 พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร

· พ.ศ. 2411 พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร

· พ.ศ. 2429 พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ (ทรงศักดินา 15000)[3]

· เจ้ากรม-หมื่นดำรงราชานุภาพ (ศักดินา 600)

· ปลัดกรม-หมื่นปราบบรพล (ศักดินา 400)

· สมุห์บาญชี-หมื่นสกลคณารักษ์ (ศักดินา 300)

· พ.ศ. 2442 พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงดำรงราชานุภาพ (ทรงศักดินา 15000)

·  เจ้ากรม-หลวงดำรงราชานุภาพ (ศักดินา 600)

· ปลัดกรม-ขุนปราบบรพล (ศักดินา 400)

· สมุห์บาญชี-หมื่นสกลคณารักษ์ (ศักดินา 300)

· พ.ศ. 2454 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ อิสสริยลาภบดินทร์ สยามพิชิตินทรวโรปการ มโหฬารราชกฤตยานุสร อาทรประพาสการสวัสดิ์ วรรัตนปัญญาศึกษาพิเศษ นรินทราธิเบศบรมวงศ์อดิศัย ศรีรัตนตรัยคุณธาดา อุดมเดชานุภาพบพิตร (ทรงศักดินา 15000)[4]

· เจ้ากรม-พระดำรงราชานุภาพ (ศักดินา 800)

· ปลัดกรม-หลวงปราบบรพล (ศักดินา 600)

· สมุห์บาญชี-ขุนสกลคณารักษ์ (ศักดินา 400)

· พ.ศ. 2472 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ อิสสริยลาภบดินทร สยามวิชิตินทรวโรปการ มโหฬารรัฐประศาสน์ ปิยมหาราชนรานุศิษย์ ไพศาลราชกฤตยการี โบราณคดีปวัติศาสตรโกศล คัมภีรพนธ์นิรุกติปฏิภาน ราชบัณฑิตวิธานนิติธรรมสมรรถ ศึกษาภิวัธปิยวาที ขันติสัตยตรีสุจริตธาดา วิมลรัตนปัญญาอาชวาศรัย พุทธาทิไตรสรณาทร พิเศษคุณาภรณ์ธรรมิกนาถบพิตร (ทรงศักดินา 35000)[5]

· เจ้ากรม-พระยาดำรงราชานุภาพ (ศักดินา 1000)

· ปลัดกรม-พระปราบบรพล (ศักดินา 800)

· สมุห์บาญชี-หลวงสกลคณารักษ์ (ศักดินา 500)

พระโอรสและพระธิดา

พระองค์มีพระโอรส-ธิดาทั้งหมด 37 องค์ สิ้นชีพิตักษัยตั้งแต่ทรงพระเยาว์ก่อน 1 ปี 4 องค์ เหลือ 33 องค์

หม่อมเฉื่อย ยมาภัย

กรมพระยาดำรงราชานุภาพ กับพระธิดา คือหม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย หม่อมเจ้าหญิงพิไลยเลขา และหม่อมเจ้าหญิงพัฒนายุ

พระองค์มีพระโอรส-ธิดากับหม่อมเฉื่อยทั้งหมด 10 องค์ คือ

· พันโทหม่อมเจ้าจุลดิศ ดิศกุล (พ.ศ. 2424-2490) เสกสมรสกับ หม่อมแช่ม เปาโรหิตย์

· หม่อมราชวงศ์สังขดิศ ดิศกุล

· หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล

· หม่อมเจ้าอิทธิดำรง ดิศกุล (พ.ศ. 2429-2436)

· หม่อมเจ้าทรงวุฒิภาพ ดิศกุล (พ.ศ. 2432-2469) เสกสมรสกับ หม่อมราชวงศ์สอิ้ง สนิทวงศ์ และ หม่อมราชวงศ์หญิงสุทธิสอาด สนิทวงศ์

· หม่อมเจ้าหญิงแฝด

· หม่อมเจ้าหญิงแฝด

· หม่อมเจ้ารัชลาภจิรฐิษ ดิศกุล (พ.ศ. 2436-2443)

· หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุล (พ.ศ. 2438-2533)

· หม่อมเจ้าหญิงพิไลยเลขา ดิศกุล (พ.ศ. 2440-2528)

· หม่อมเจ้าหญิงบันดาลสวัสดี ดิศกุล (พ.ศ. 2442-2469) เสกสมรสกับ หม่อมเจ้าไตรทิพเทพสุต เทวกุล

· หม่อมเจ้าดิศศานุวัติ ดิศกุล (พ.ศ. 2445-2510) เสกสมรสกับ หม่อมเจ้าลุอิสาณ์ จักรพันธุ์

「หม่อมนวม โรจนดิศ」

พระองค์มีพระโอรส-ธิดากับหม่อมนวมทั้งหมด 5 องค์ คือ

· หม่อมเจ้าหญิงจงจิตรถนอม ดิศกุล (พ.ศ. 2429-2521)

· หม่อมเจ้าหญิงพร้อมเพราพรรณ ดิศกุล (พ.ศ. 2431-2467) เสกสมรสกับ กรมหลวงสิงหวิกรมเกรียงไกร

· หม่อมเจ้าหญิงสรรพสมบูรณ์ ดิศกุล (พ.ศ. 2436-2463)

· หม่อมเจ้าหญิงอีก 2 องค์

「หม่อมลำดวน วสันตสิงห์」(2420-2511)

พระองค์มีพระโอรส-ธิดากับหม่อมลำดวนทั้งหมด 7 องค์ คือ

· หม่อมเจ้าพัฒนายุคุณวรรณ ดิศกุล (พ.ศ. 2440-2516)

· หม่อมเจ้าหญิงแฝด (พ.ศ. 2440)

· หม่อมเจ้าสิวลีวิลาศ ดิศกุล (พ.ศ. 2443-2535)

· หม่อมเจ้าทักษิณาธร ดิศกุล (พ.ศ. 2446-2515)

· หม่อมเจ้าพิศิษฐ์ดิศพงษ์ ดิศกุล (พ.ศ. 2448-2509) เสกสมรสกับ หม่อมสวาสดิ์ เกตุทัต

· หม่อมเจ้าสุมณีนงเยาว์ ดิศกุล (พ.ศ. 2451-ปัจจุบัน) เสกสมรสกับ พ.อ.สุวัฒน์ วินิจฉัยกุล

· หม่อมเจ้าหญิง สิ้นชีพพิตักษัยเมื่อวันประสูติ

「หม่อมแสง ศตะรัตน์」

พระองค์มีพระโอรส-ธิดากับหม่อมแสงทั้งหมด 6 องค์ คือ

· หม่อมเจ้าหญิงมารยาตรกัญญา ดิศกุล (พ.ศ. 2445-2549)

· หม่อมเจ้าหญิงพรพิลาศ ดิศกุล (พ.ศ. 2447-2519) เสกสมรสกับ ชวน บุนนาค

· หม่อมเจ้าหญิงพวงมาศผกา ดิศกุล (พ.ศ. 2450-2526)

· หม่อมเจ้าศุกรวรรณดิศ ดิศกุล (พ.ศ. 2452-2519) เสกสมรสกับ หม่อมลดา อินทรกำแหง

· หม่อมเจ้าหญิงเราหิณาวดี ดิศกุล (พ.ศ. 2455-2427) เสกสมรสกับ หม่อมหลวงฉายชื่น กำภู

· หม่อมเจ้าหญิงกฤษณาพักตรพิมล ดิศกุล (พ.ศ. 2460-ปัจจุบัน) เสกสมรสกับ หม่อมเจ้าประสพสุข ศุขสวัสดิ์

「หม่อมเจิม สนธิรัตน์」

พระองค์มีพระโอรส-ธิดากับหม่อมเจิมทั้งหมด 8 องค์ คือ

· หม่อมเจ้าบันลุศิริสาณต์ ดิศกุล (พ.ศ. 2441-2455)

· หม่อมเจ้าอัปภัศราภา ดิศกุล (พ.ศ. 2446-2524) เสกสมรสกับ หม่อมเจ้าอนันตนรไชย เทวกุล

·  หม่อมเจ้านิพัทธ์พันธุดิศ ดิศกุล (พ.ศ. 2448-2509) เสกสมรสกับ หม่อมรำไพ กันตามระ

· หม่อมเจ้ารัชมาลินี ดิศกุล (พ.ศ. 2451-2528) เสกสมรสกับ หม่อมเจ้าธัญญลักษณ์ ศุขสวัสดิ์

· หม่อมเจ้าอาชวดิศ ดิศกุล (พ.ศ. 2455-2518) เสกสมรสกับ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศิริรัตนบุษบง

· หม่อมเจ้ากุมารีเฉลิมลักษณ์ ดิศกุล (พ.ศ. 2458-2544) เสกสมรสกับ หม่อมเจ้าเพลารถ จิตรพงศ์

· หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล (พ.ศ. 2466-2546) เสกสมรสกับ หม่อมอรพินท์ อินทรทูต

「หม่อมอบ สุขไพบูลย์」

พระองค์มีพระโอรส-ธิดากับหม่อมอบเพียงองค์เดียว คือ

· หม่อมเจ้ากาฬวรรณดิศ ดิศกุล (พ.ศ. 2453-2527) เสกสมรสกับ หม่อมฉวีทิพย์ หงสนันท์

「หม่อมหลวงหญิงใหญ่ อิศรเสนา」(นามเดิม หม่อมหลวงหญิงลำดวน อิศรเสนา) 

พระองค์มีพระโอรส-ธิดากับ หม่อมหลวงหญิงใหญ่ ดิศกุล (อิศรเสนา) (นามเดิม หม่อมหลวงหญิงลำดวน อิศรเสนา) (บุตรีคนโตของหม่อมเทวาธิราช (หม่อมราชวงศ์แดง อิศรเสนา)) เพียง 2 องค์ คือ

· หม่อมเจ้าวีรดิศ ดิศกุล (พ.ศ. 2454-2489)

· หม่อมเจ้าพิริยดิศ ดิศกุล (พ.ศ. 2464-2543) เสกสมรสกับ หม่อมเจ้าหญิงภัทรลดา ฉัตรไชย

「หม่อมหยาด กลัมพากร」

พระองค์มีพระโอรส-ธิดากับหม่อมอบเพียงองค์เดียว คือ

· หม่อมเจ้ากุมารดิศ ดิศกุล (พ.ศ. 2471-2532) เสกสมรสกับ หม่อมอุบลวรรณ เก่งธัญการ

นอกจากนั้นพระองค์ยังทรงมีหม่อมที่ไม่ได้ประสูติพระโอรสธิดาอีก 3 คน คือ หม่อมเป๋า หม่อมเยื้อน และ หม่อมเพิ่ม

「พระราชานุเสาวรีย์
พระราชานุสาวรีย์ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ บริเวณหน้าศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย

กระทรวงมหาดไทย ได้จัดสร้างพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ในลักษณะประทับนั่ง บริเวณด้านหน้าศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย ถนนอัษฎางค์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ

「วันดำรงราชานุภาพ

วันดำรงราชานุภาพ ตรงกับวันที่ 1 ธันวาคม ของทุกปี กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการระลึกถึงสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ตรงกับวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพระองค์ สืบเนื่องจากการที่พระองค์เป็นบุคคลไทยพระองค์แรกที่ได้รับการยกย่องจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก เมื่อปี พ.ศ. 2505 และทรงได้รับการถวายพระนามเป็น “พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย”